[One Day Trip] หน้าฝนนี้ที่ “ช่องเย็น” อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ – มั่นใจในทุกเส้นทางกับ 3D Mats Thailand

ต้อนรับเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ อากาศชุ่มฉ่ำแบบนี้ หลายคนก็คงกำลังหาที่เที่ยวกันใช่ไหมหละ แต่ถ้าใครยังคิดไม่ออกว่าจะไปไหน แบงค์ขอแนะนำที่นี่เลย “ช่องเย็น” อุทยานแห่งชาติแม่วงก์เพราะผมพึ่งไปมาเมื่อไม่กี่วันนี่ ช่วงนี้อากาศข้างบนอากาศเย็นสบาย มีหมอกจาง ๆ บวกกับละอองฝนที่ลอยมาพร้อมกับสายลม บอกเลยว่า…ฟินมาก ๆ

“ช่องเย็น” อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เป็นพื้นที่ป่าที่ใหญ่ที่สุดในภาคกลาง ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัดคือ กำแพงเพชร และนครสวรรค์ มีพื้นที่ 558,750 ไร่หรือ 894 ตารางกิโลเมตร “ช่องเย็น” อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 28 กิโลเมตร เป็นจุดสูงสุดของถนนคลองลาน-อุ้มผาง ความสูง 1,340 เมตร จากระดับน้ำทะเล อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี แถมยังมีมีสายลมพัดผ่านและหมอกปกคลุมอยู่เสมอ ซึ่งช่องเย็นนี้ เป็นจุดดูพระอาทิตย์อีกจุดที่สวยงามแห่งหนึ่งของไทยเลยก็ว่าได้ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีต่ำกว่า 20 องศาฯ เพราะว่าบริเวณนี้เเป็นช่องเขาที่มีสายลมพัดผ่านตลอดเวลา จึงถูกขนานนามว่า “ช่องเย็น” ตามสภาพภูมิอากาศของพื้นที่ ด้านบนช่องเย็น มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ แต่จะต้องเตรียมอุปกรณ์มาเองนะ และไฟฟ้ามีให้ใช้ตั้งแต่เวลา 17.00-21.00 น. เท่านั้น

ภาพถ่ายมุมสูง บนเส้นทางนอกเขตอุทยาน

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1117 (คลองลาน-อุ้มผาง)

หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนว่า ถนนหมายเลข 1117 ทางขึ้นช่องเย็นนั้น ในอดีตเคยถูกประกาศให้เป็นทางหลวงที่จำเป็นต้องก่อสร้างโดยด่วน ในปี พ.ศ.2528 เนื่องจากเป็นเส้นทางทางสายยุทธศาสตร์ในการปราบปรามขบวนการคอมมิวนิสต์ ในเขต อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร และ อ.อุ้มผาง จ.ตาก แต่ยังไม่ทันจะสร้างเสร็จเหตุการณ์ความไม่สงบยุติลงก่อน ทางหลวงสายนี้ได้หยุดการก่อสร้างไว้ที่กิโลเมตรที่ 115  ซึ่งถ้าใครเคยไปช่องเย็น ก็จะเห็นว่าถนนสิ้นสุดที่ชายแดนระหว่าง กำแพงเพชร กับตากนั้นเอง

เมื่อผ่านด่านเข้ามาแล้วทุกคนที่จะขึ้นไปช่องเย็น จะต้องเข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ว่าจะไปนอนค้างแรม หรือไป – กลับ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังช่องเย็นได้เลย
ซึ่งระหว่างทางก็มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เราได้แวะชมกันระหว่างทาง 4 จุด คือ  แก่งผาคอยนาง จุดชมวิวกิ่วกระทิง จุดชมวิวขุนน้ำเย็น และช่องเย็นคือปลายทาง


มั่นใจทุกเส้นทาง กับ 3D Mats พรมปูพื้นคุณภาพ

สำหรับสายลุยอย่างเรา ๆ การเดินทางบนท้องถนนถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะฉนั้นทุการเดินทางเราต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ พรมปูพื้นรถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมที่จำเป็น เพราะจะช่วยยืดอายุ และถนอมรถที่เรารัก โดยพรมปูพื้นในรถที่ใช้เป็นประจำ ก็จะเป็นยางปูพื้นแบบเดิม ๆ ที่ได้แถมฟรีมาจากศูนย์ TOYOTA ซึ่งผมจะพบปัญหา คือ พื้นยางจะมีขนาดเล็กไม่คลุมบริเวณขอบด้านข้าง ไม่เกาะพื้น จนบางทีพื้นยางก็เลื่อนไปมาได้ ที่สำคัญคือล้างทำความสะอาดยาก พอใช้ไปสักระยะก็ขาดจนทะลุ ก็เลยอยากจะลองเปลี่ยนแบบดู จนได้มาเจอกับ 3D Mats พรมปูพื้นรถยนต์ 3D ที่หลายคนบอกว่าดี แต่ก็ยังไม่ได้ลองเองสักที

พรมปูพื้นรถยนต์ 3D Mats ดียังไง?

พรมปูพื้นรถยนต์ 3D Mats ผลิตจากวัสดุ TPR เกรดคุณภาพ ทนความร้อน และทานในการใช้งานสูง ที่สำคัญยังมีรางวัลการันตีอีกด้วย

คุณสมบัติพิเศษ
• 3D แสกน เข้ารูปเฉพาะรุ่น
• รางวัลสิทธิบัตร MAXpider
• ไม่มีกลิ่น ไม่มีสารเคมี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
• ยกขอบ กันน้ำ เหมาะกับทุกฤดู
• น้ำหนักเบา ติดตั้ง ทำความสะอาดง่าย

เปลี่ยนเองได้ง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นตอน

สำหรับคนที่กลัวว่า ซื้อมาแล้วจะติดตั้งเองไม่ได้บอกเลยว่า เปลี่ยนง่ายมาก คุณสามารถถอดประกอบได้ด้วยตัวเอง เพียงไม่กี่ขั้นตอน ซึ่งของผมจะเป็นรถ Toyota Revo prerunner 2×4 2.4e plus
ขั้นตอนที่ 1
นำยางปูพื้นอันเดิมออกก่อน (ไม่แนะนำให้ปูทับอันเดิม)
ขั้นตอนที่ 2 ดูดฝุ่นทำความสำอาดพื้นสักเล็กน้อย
ขั้นตอนที่ 3 นำแผ่นพรมรถปูพื้นรถยนต์ 3D วางลงไปบนพื้นได้เลย พร้อมกับหมุนล็อคยึดให้แน่นอีกครั้ง (จริง ๆ ตัวพรมเองก็เกาะพื้นอยู่แล้ว)






ถาดปูพื้น 3D Mats สามารถฉีดล้างทำความสะอาดได้ง่าย ๆ ด้วยน้ำเปล่า ที่สำคัญแห้งไวมาก ไม่ดูดซับน้ำจึงทำให้ไม่มีกลิ่นอับเหม็น

ความรู้สึกเปลี่ยนไป เมื่อได้ทดลองใช้ พรมรถยนต์ 3D

หลังจากที่ได้ลองใช้มาสักพัก ก็รู้สึกว่า พรมรถยนต์ 3D เปลี่ยนพื้นยางธรรมดา ๆ เป็นความรู้สึกที่ดูมีระดับมากขึ้น ที่สำคัญที่ชอบสุด ๆ ก็คือสามารถล้างทำความสะอาดได้ง่าย เหมาะสายลุย สายป่า-เขา อย่างเรา ๆ จะลุยจะเลอะแค่ไหนก็สบายได้เลย ฉีดน้ำแห้งไว เหมือนได้พรมใหม่อีกครั้ง

ช่องทางการติดตามข่าวสารและช่องทางการจัดจำหน่าย 3D Mats Thailand

WEB SITE : https://shop.formosa.co.th/
Facebook : https://www.facebook.com/3DMats.Thailand/
[email protected] : @3dmatsthailand

จุดชมวิว โมโกจูน้อย




แม้จะเป็นฤดูฝน แต่ที่นี่ก็ยังมีนักท่องเที่ยว เดินทางมากางเต้นอย่างไม่ขายสาย ขอนับถือเลย เพราะโดยปกติที่นี่ก็อยากกาศเย็นพอสมควร


บรรยกาศการหลังฝนตก สายฝนปะทะสายหมอก อยู่เหนือยอดไม้ตามทิวเขา เป็นภาพที่สวยงามจนต้องเก็บภาพมาฝาก

การเดินทางไป “ช่องเย็น”

ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 เลี้ยวซ้าย กิโลเมตรที่ 338 เข้าทางหลวงหมายเลข 1117 สายคลองลาน-อุ้มผาง เมื่อถึงสี่แยกเข้าคลองลานให้ตรงไปอีก 19 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ แต่หากใช้ทางหลวงหมายเลข 1072 สายลาดยาว-คลองลาน เมื่อถึงสี่แยกตลาดคลองลานแล้วให้เลี้ยวซ้ายไปที่ทำการอุทยานฯ